ครั้งที่2


บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 2
วันศุกร์ ที่ 17 มกราคม 2562 เวลาเรียน 08:30 - 11:30 น.
  อาจารย์กฤตธ์ตฤณน์ ตุ๊หมาด

วันนี้เรียนเรื่อง การศึกษาพฤติกรรม





ความหมายของพฤติกรรม
พฤติกรรม (BEHAVIOR) หมายถึง กิริยาอาการ ที่แสดงออกทุกรูปแบบของสิ่งมีชีวิตเพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้า ทั้งภายนอกและใน เป็นการแสดงออกที่เห็นได้จากภายนอก โดยรูปแบบของพฤติกรรมต่างๆ นั้นเป็นผลมาจากการทำงานร่วนกันของพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม
พฤติกรรม มีความหมาย ใน 2 แง่
    1.การกระทำต่างๆ ซึ่งสิ่งมีชีวิตกระทำขึ้นและผู้อื่นสังเกตได้จากการกระทำนั้น เช่น หัวเราะ ร้องไห้
    2.กระบวนการต่างๆที่บุคคลปฏิบัติต่อสภาพแวดล้อมของบุคคลเหล่านั้นโดยมีวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง และอยู่ภายใต้ความรู้สึก นึกคิด
พฤติกรรมเป็นกระบวนการ
  1. กิริยาที่แสดงออก (ACTING)
  2ความคิดเกี่ยวกับกิริยานั้น (THINKING)
  3ความรู้สึกที่มีอยู่ขณะนั้น
  ฉะนั้นการศึกษาพฤติกรรม เป็นกระบวนการ ศึกษาเพื่อให้ทราบถึงต้นเหตุของการกระทำนั้นให้มากที่สุด และชัดเจนที่สุด
ประเภทของพฤติกรรม
      พฤติกรรมภายนอก (OVERT BEHAVIOR) คือ การกระทำหรือปฏิกิริยาทางร่างกาย ที่ทั้งเจ้าตัวและบุคคลอื่นสามารถสังเกตผ่านอวัยวะรับสัมผัส/ประสาทสัมผัส (ตา หู จมูก ลิ้น หรือผิวหนัง) หรือใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ช่วยสังเกต
พฤติกรรมภายใน (Covert Behavior)คือกระบวนการที่เกิดขึ้นในตัวบุคคลจะโดยรู้สึกตัวหรือไม่รู้สึกตัวก็ตาม เป็นกระบวนการที่ไม่สามารถสังเกตได้และไม่สามารถใช้เครื่องมือวัดได้โดยตรง หากเจ้าของพฤติกรรมไม่บอก (บอกกล่าว เขียน หรือแสดงท่าทาง) ได้แก่ ความคิดอารมณ์ความรู้สึก ความจำ การรับรู้ ความฝัน รวมถึง การรับสัมผัสต่างๆ เช่น การได้ยิน การได้กลิ่นความรู้สึกทางผิวหนัง เป็นต้น

สิ่งเร้า  (Stimulus) 
สิ่งเร้าภายใน ได้แก่ สิ่งเร้าที่เกิดจากความต้องการทางกายภาพ เช่น ความหิว ความกระหาย สิ่งเร้าภายในนี้จะมีอิทธิพลสูงสุดในการกระตุ้นเด็กให้แสดงพฤติกรรม และเมื่อเด็กเหล่านี้โตขึ้นในสังคมสิ่งเร้าใจภายในจะลดความสำคัญลง สิ่งเร้าใจภายนอกที่เด็กได้รับรู้ทางสังคมจะมีอิทธิพลมากกว่าในการกำหนดว่าบุคคลควรจะแสดงพฤติกรรมอย่างไรต่อผู้อื่น

สิ่งเร้าภายนอก ได้แก่ สิ่งกระตุ้นต่างๆ สิ่งแวดล้อมทางสังคมที่สามารถสัมผัสได้โดยประสาททั้ง 5 คือ หู ตา คอ จมูก การสัมผัสสิ่งเร้าที่มีอิทธิพลที่จะจูงใจให้บุคคลแสดงพฤติกรรม ได้แก่ สิ่งเร้าที่ทำให้บุคคลเกิดความพึงพอใจที่เรียกว่า การเสริมแรง (Rein for cmentซึ่งแบ่งออกได้ 2 ชนิดคือ

  การเสริมแรงทางบวก (POSITIVE REIN FOR CMENTคือสิ่งเร้าที่พอใจทำให้บุคคลมีการแสดงพฤติกรรมเพิ่มขึ้น เช่น คำชมเชย การยอมรับของเพื่อน
  การเสริมแรงทางลบ (NEGATIVE REIN FOR CMENTคือ สิ่งเร้าที่ไม่พอใจหรือไม่พึงปรารถนานำมาใช้เพื่อลดพฤติกรรมที่ไม่พึงปรารถนาให้ลดน้อยลง เช่น การลงโทษเด็กเมื่อเด็กลักขโมย การปรับเงินเมื่อผู้ขับขี่ยานพาหนะไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรมนุษย์โดยทั่วไปจะพึงพอใจกับการได้รับการเสริมแรงทางบวกมากกว่าการเสริมแรงทางลบ
ความหมายของการสังเกตพฤติกรรม
การสังเกตเป็นกระบวนการที่มีความเหมาะสม ในการประเมินพัฒนาการเด็กมากกว่าการใช้เครื่องมือการประเมินแบบเป็นทางการ การสังเกตเป็นวิธีการที่สามารถเก็บรายละเอียดพฤติกรรมทุกๆ ด้านของเด็กได้ดี และเป็นพฤติกรรมที่เป็นไปตามธรรมชาติ ข้อมูลที่ได้จากการสังเกต   สามารถบ่งชี้ความสามารถของเด็กได้ 

ประเมินตนเอง :ตั้งใจฟัง ตั้งใจทำกิจกรรม
ประเมินอาจารย์ :เป็นกันเอง สอนสนุก
ประเมินเพื่อน :ตั้งใจฟัง ตั้งใจเรียน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ครั้งที่14

  บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่  14 วันศุกร์   ที่  17 เมษายน  2562 เวลาเรียน  08:30 - 11:30    น .     อาจารย์กฤตธ์ตฤณน์   ตุ๊หม...